O-KOKU
卓球王国

The worlds leading table tennis magazine, since 1997

O-KOKU
Mima Ito: “ตอนนี้หัวของฉันเหมือนตอนสมัยมัธยมปลายไปแล้ว, เทเบิลเทนนิสมันสนุกจนหยุดไม่ได้จริงๆ” (ตอนต้น)

Mima Ito: “ตอนนี้หัวของฉันเหมือนตอนสมัยมัธยมปลายไปแล้ว, เทเบิลเทนนิสมันสนุกจนหยุดไม่ได้จริงๆ” (ตอนต้น)

ฮายาตะ ฮินะ 

เกียรติยศที่สลักไว้ในโอลิมปิกปารีส และความเจ็บปวดที่ยังหลงเหลืออยู่ในแขนซ้ายซึ่งเป็นราคาที่ต้องจ่าย จากก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง สิ่งที่ฮายาตะ ฮินะตัดสินใจก็คือการตัดขาดจากการไล่ตามอุดมคติในอดีต ไม่ใช่การฟื้นคืน แต่คือการเกิดใหม่ มาติดตามความหมายที่แท้จริงของบทที่ 2 ซึ่งฮายาตะเริ่มก้าวเดิน <March 2026>

◆ ฮายาตะ ฮินะ
เกิดวันที่ 7 กรกฎาคม 2000, จากจังหวัดฟุกุโอกะ เริ่มเล่นเทเบิลเทนนิสที่ Ishida Table Tennis Club ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และได้รองแชมป์ในการแข่งขันชิงแชมป์ญี่ปุ่นประเภทโฮปส์ปี 2012 คว้าแชมป์ All Japan Junior ในปี 2013 และ 2014 คว้าแชมป์ Inter-High ปี 2016 คว้าแชมป์ All Japan Championships ประเภทเดี่ยว 3 สมัยติดต่อกันในปี 2023, 2024 และ 2025 และคว้าแชมป์ All Japan Women's ประเภทคู่ 5 สมัยติดต่อกันในปี 2018, 2019, 2020, 2022 และ 2023 ได้อันดับ 3 ประเภทเดี่ยวในการชิงแชมป์โลกปี 2023 คว้าเหรียญทองแดงประเภทเดี่ยวและเหรียญเงินประเภททีมในโอลิมปิกปารีสปี 2024 อันดับโลก 9 (ณ วันที่ 30 มีนาคม) สังกัด Nippon Life」

ความแตกต่างระหว่างอุดมคติกับความจริง คือสิ่งที่ฉันต้องทนทุกข์มาตลอด

 ฮายาตะ ฮินะใช้ชีวิตผ่านหนึ่งปีที่ดิ้นรนอยู่ระหว่างแสงสว่างกับความมืด อาการบาดเจ็บที่ข้อมือซ้ายยืดเยื้อ ทำให้เธอต้องทุกข์กับช่องว่างระหว่างอุดมคติกับความจริง แม้กระนั้นก็ยังคงก้าวเดินต่อไป วันคืนที่แม้จะคว้าชัยชนะมาได้ แต่ก็ยังมีความรู้สึกคลางแคลงค้างอยู่ และความรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปสู่ตัวตนในอดีตของตัวเอง

 เพื่อทำลายภาวะชะงักงันนั้น เธอได้ละทิ้งอะไร และเลือกอะไรไว้กันแน่? ท่ามกลางความสับสน แสงสว่างที่ฮายาตะค้นพบไม่ใช่การย้อนกลับไปหาอดีต แต่คือความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่ตัวตนใหม่ของตัวเอง

◇◇

●─เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เป็นปีแบบไหนกันบ้าง?

ฮายาตะ ฮินะ (ต่อไปนี้เรียก ฮายาตะ) รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในความมืดมาตลอด พอคิดว่าเห็นแสงสว่างแล้ว ก็กลับมองไม่เห็นอีก พยายามจะคว้าแสงนั้นไว้ แต่ก็ยังไกลเกินเอื้อม หรือบางครั้งเห็นแวบเดียวแล้วก็หายไป โดยรวมแล้วคือรู้สึกว่าฉันดิ้นรนอยู่ในสภาพที่ยากลำบากแบบนั้นมาตลอดค่ะ

●─แสงสว่างและความมืดที่ว่าหมายถึงผลแพ้ชนะใน Match ใช่ไหม?

ฮายาตะ ไม่ใช่ค่ะ ถ้าจะพูดจริงๆ แล้ว ส่วนอื่นต่างหากที่มีผลมากกว่า เพราะยังมีสภาพของแขนซ้ายด้วย หลายอย่างที่ฉันทำอะไรไม่ได้เอง และสุดท้ายมันก็ส่งผลไปถึงผลแพ้ชนะด้วย ช่วงเวลาที่ต้องคิดว่า “อยากทำแต่ทำไม่ได้” หรือ “ตอนนี้ต้องอดทน” มีอยู่นานกว่าค่ะ

 เหมือนความรู้สึกของตัวเองไม่กลับมา คือรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอีกใบ ต่อให้พยายามดึงมันกลับมาก็ไม่กลับมา และในเมื่อมีการพันเทปจำกัดไว้ด้วย ต่อให้พยายามสร้างอะไรที่ต่างออกไป ความรู้สึกที่ดีตอนก่อนจะเจ็บแขนที่ปารีสมันก็ยังติดอยู่ในหัวอยู่ดี เพราะอย่างนั้นฉันเลยรู้สึกว่าต้องทนทุกข์อยู่กับช่องว่างระหว่างอุดมคติกับความจริงมาตลอดค่ะ

เนื้อหาส่วนนี้เป็นเนื้อหาที่ต้องชำระเงิน

เมื่อสมัครสมาชิก คุณสามารถเข้าถึงบทความที่ต้องชำระเงินทั้งหมดได้